tips&knowledge
สิ่งที่ควรทราบก่อนผลิตสิ่งพิมพ์
เช็คลิสต์สั้นๆ สำหรับเตรียมไฟล์ก่อนส่งงานพิมพ์ออฟเซต ช่วยให้งานออกมาตรงกับที่ออกแบบไว้ และลดเวลาแก้ไขไฟล์
ข้อแนะนำในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไป รายละเอียดที่เหมาะกับงานแต่ละชิ้นอาจต่างกัน หากไม่แน่ใจ ติดต่อเรา เพื่อขอคำปรึกษาก่อนส่งไฟล์
- ขนาดงานและระยะตัดตก (Bleed)
- ระบบสี
- ทำไมงานพิมพ์ต้องทำงานไฟล์บน Preset สี CMYK
- ความละเอียดของภาพ
- ตัวอักษร
- ไฟล์ที่ควรส่ง
- วิธีการ Export ไฟล์ จาก Canva เพื่อส่งโรงพิมพ์
- งานปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ปั๊มจม และได-คัท
- หนังสือและงานเข้าเล่ม
- ชนิดและน้ำหนักกระดาษ
- ขนาดงานและการประหยัดกระดาษ
- การเคลือบผิวงานพิมพ์
- เส้นบาง ตัวอักษรเล็ก และปริมาณหมึก
- งานพับและเย็บมุงหลังคา
- ก่อนอนุมัติพิมพ์
ขนาดงานและระยะตัดตก (Bleed)
- ตั้งขนาดหน้าในไฟล์ให้เท่ากับขนาดงานจริงหลังตัดเจียน
- ภาพหรือพื้นสีที่ชนขอบกระดาษ ให้ขยายเลยเส้นตัดออกไปอย่างน้อย 3 มม. ทุกด้าน เพื่อไม่ให้เห็นขอบขาวหลังตัด
- เก็บตัวอักษรและส่วนสำคัญให้อยู่ห่างจากเส้นตัดเข้ามาอย่างน้อย 3–5 มม. เพราะการตัดอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย
ระบบสี
- งานพิมพ์ออฟเซตพิมพ์ด้วยหมึก 4 สี (CMYK) ควรแปลงภาพจาก RGB เป็น CMYK แล้วตรวจสีอีกครั้ง เพราะสีสดบางสีที่เห็นบนจอพิมพ์ออกมาไม่ได้
- ถ้าต้องการสีพิเศษ (spot color) เช่น สี Pantone ให้ตั้งเป็น spot color ในไฟล์และระบุรหัสสีให้ชัดเจน
- ตัวอักษรสีดำขนาดเล็กควรใช้สีดำล้วน (K 100%) ไม่ใช่ดำผสม 4 สี เพื่อไม่ให้ขอบตัวอักษรเหลื่อม ส่วนพื้นดำขนาดใหญ่ให้ใช้ค่าสี C60 M40 Y0 K100 เพื่อให้ได้สีดำสนิท
- สีบนจอแต่ละเครื่องไม่ตรงกับสีบนกระดาษ ควรดูปรู๊ฟสีก่อนพิมพ์จริงทุกครั้ง
ทำไมงานพิมพ์ต้องทำงานไฟล์บน Preset สี CMYK
เพราะงานพิมพ์ออฟเซตสร้างสีด้วยหมึก 4 สี (CMYK) ไม่ใช่ด้วยแสงแบบจอภาพ การทำไฟล์บน CMYK ตั้งแต่ต้นทำให้เห็นสีที่ใกล้เคียงกับสีที่พิมพ์ได้จริงตั้งแต่ตอนออกแบบ
จอคอมพิวเตอร์และมือถือแสดงสีด้วยการเปล่งแสงสีแดง เขียว และน้ำเงิน (RGB) ส่วนงานพิมพ์ได้สีจากหมึก Cyan, Magenta, Yellow และ Black ที่พิมพ์ลงบนกระดาษแล้วสะท้อนแสงกลับมา ช่วงสีที่หมึก 4 สีผสมได้แคบกว่าช่วงสีที่จอแสดงได้ สีบางสีที่เห็นบนจอจึงพิมพ์ออกมาไม่ได้
เมื่อตั้งโหมดสีของไฟล์เป็น CMYK ตั้งแต่ตอนสร้างไฟล์ใหม่ โปรแกรมจะแสดงเฉพาะสีที่หมึกพิมพ์ทำได้ ผู้ออกแบบจึงเลือกและปรับสีได้ตั้งแต่ต้น แทนที่จะมาพบว่าสีเปลี่ยนตอนดูปรู๊ฟ
แล้วถ้าทำเป็น RGB จะเกิดอะไรขึ้นกับงานพิมพ์ที่ได้
ไฟล์ RGB ต้องถูกแปลงเป็น CMYK ก่อนทำเพลทอยู่ดี ถ้าผู้ออกแบบไม่ได้แปลงและตรวจสีเอง สีจะถูกแปลงตอนส่งออก PDF หรือในขั้นตอนเตรียมไฟล์ก่อนพิมพ์ โดยที่ผู้ออกแบบไม่ได้เห็นผลก่อน และมักเกิดสิ่งเหล่านี้
- สีสดหม่นลง สีสดจัด เช่น เขียวสด ส้มสด ฟ้าสด และชมพูนีออน จะถูกปรับเป็นสีที่ใกล้ที่สุดที่หมึกพิมพ์ได้ จึงดูทึบและหม่นกว่าบนจอ
- สีเพี้ยนโทน บางสีเปลี่ยนโทนไปเลย เช่น น้ำเงินสดบนจออาจพิมพ์ออกมาอมม่วง
- รายละเอียดหาย ส่วนที่สีสดจัดในภาพถ่ายหรือในการไล่เฉดสี อาจกลายเป็นสีเดียวกันหมด เห็นเป็นปื้นแทนที่จะไล่เฉดอย่างนุ่มนวล
- ดำไม่คม สีดำใน RGB จะกลายเป็นดำที่ผสมหมึกทั้ง 4 สี ตัวอักษรเล็กอาจเห็นขอบสีเหลื่อม และหมึกที่หนาเกินไปอาจแห้งช้าหรือติดหลังกระดาษ
- เทาไม่นิ่ง สีเทาจาก RGB จะกลายเป็นเทาผสม 4 สี ซึ่งออกอมเขียวหรืออมชมพูได้ง่ายกว่าเทาที่ใช้หมึกดำสีเดียว
ทางที่ดีคือทำงานบน CMYK ตั้งแต่ต้น หรือถ้าเริ่มจากไฟล์ RGB ให้แปลงเป็น CMYK และตรวจสีด้วยตัวเองก่อนส่ง แล้วดูปรู๊ฟสีก่อนพิมพ์จริงทุกครั้ง ผู้ที่ใช้ Canva แบบฟรีจะได้ไฟล์เป็น RGB ดูวิธีการ Export ไฟล์ จาก Canva และแจ้งโรงพิมพ์ทุกครั้ง
ความละเอียดของภาพ
- ควรใช้ภาพที่มีความละเอียด 300 ppi (pixel per inch) ที่ขนาดใช้งานจริงในหน้า
- ภาพที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียมักมีความละเอียดต่ำ เมื่อพิมพ์จะไม่คมชัด
- โลโก้ ลายเส้น และตัวอักษรควรเป็นไฟล์ vector
ตัวอักษร
- ฝังฟอนต์ (embed) ในไฟล์ PDF หรือแปลงตัวอักษรเป็น outline โดยเฉพาะฟอนต์ภาษาไทย เพื่อป้องกันสระและวรรณยุกต์เพี้ยน
- ตัวอักษรที่เล็กมากหรือเส้นที่บางมาก โดยเฉพาะตัวอักษรสีขาวบนพื้นสี อาจพิมพ์ออกมาไม่คมชัด
ไฟล์ที่ควรส่ง
วิธีส่งไฟล์มี 3 วิธี
- ส่งไฟล์ต้นฉบับ (.ai .indd .psd) พร้อมภาพและฟอนต์
- ส่งไฟล์ต้นฉบับ (.ai .indd .psd) พร้อม create outline
- ส่งไฟล์ PDF ที่มีการทำ bleeding (ตัดตก) รอบด้านมาแล้ว 3 mm
- งานหลายหน้า ให้ส่งเป็นหน้าเดี่ยวเรียงตามลำดับ ไม่ต้องจัดหน้าเป็นยกเอง โรงพิมพ์จะจัดให้
วิธีการ Export ไฟล์ จาก Canva เพื่อส่งโรงพิมพ์
ขั้นตอน (ชื่อเมนูตาม Canva ภาษาอังกฤษ ณ เดือนตุลาคม 2569)
- ตอนสร้างงาน ตั้งขนาดให้เท่ากับขนาดงานจริงหลังตัดเจียน โดยเลือก Custom size และใช้หน่วยมิลลิเมตร (mm)
- เปิดเส้นระยะตัดตกที่เมนู File > Settings > Show print bleed (ถ้าไม่มี ให้ดูที่ File > Rulers and guides) จะเห็นเส้นประรอบขอบงาน
- ลากภาพหรือพื้นสีที่ชนขอบให้ยื่นเลยเส้นประออกไปจนสุดขอบ ส่วนตัวอักษรและโลโก้ให้อยู่ด้านใน ห่างจากเส้นประอย่างน้อย 3–5 มม.
- เมื่อออกแบบเสร็จ กด Share แล้วเลือก Download
- ที่ File type เลือก PDF Print
- ติ๊กช่อง Crop marks and bleed
- ถ้ามีตัวเลือก Color profile ให้เลือก CMYK (มีเฉพาะ Canva แบบเสียเงิน) ถ้าใช้ Canva แบบฟรี ไฟล์จะเป็น RGB ให้แจ้งโรงพิมพ์ด้วย
- ช่อง Flatten PDF ไม่ต้องติ๊ก แต่ถ้าไฟล์มีปัญหา อาจต้องกลับมา Export ใหม่โดยติ๊กช่อง Flatten PDF
- กด Download แล้วส่งไฟล์ PDF ที่ได้ให้โรงพิมพ์
- ระยะตัดตกของ Canva กำหนดไว้ตายตัวประมาณ 3 มม. ต่อด้าน ปรับเองไม่ได้
- เส้นตัด (crop marks) จะเห็นเฉพาะในไฟล์ PDF ที่ดาวน์โหลด ไม่เห็นในหน้าจอ Canva ควรเปิดไฟล์ PDF ตรวจก่อนส่งทุกครั้ง
- สีที่สดมาก เช่น ชมพูนีออนหรือม่วงสด มักพิมพ์ออกมาหม่นกว่าที่เห็นบนจอ
- ถ้าใช้ Canva ภาษาไทย ชื่อเมนูจะเป็นภาษาไทย ให้มองหาคำว่า "ระยะตัดตก" และ "คร็อปมาร์ค"
- Canva ปรับชื่อเมนูอยู่บ่อย ถ้าหาตัวเลือกไม่เจอ ติดต่อเราได้
งานปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ปั๊มจม และได-คัท
- แยกแบบของงานแต่ละชนิดไว้คนละเลเยอร์หรือคนละไฟล์ เป็นลายเส้น vector สีเดียวเต็ม 100% และวางตำแหน่งให้ตรงกับงานพิมพ์
- เส้นได-คัทให้แยกเป็นเลเยอร์ของตัวเอง ไม่ปนกับงานพิมพ์
- รายละเอียดที่เล็กหรือบางเกินไปอาจปั๊มไม่ติดหรือไม่คม ควรปรึกษาโรงพิมพ์ตั้งแต่ตอนออกแบบ
หนังสือและงานเข้าเล่ม
- ความหนาของสันหนังสือขึ้นกับจำนวนหน้าและชนิดกระดาษ ควรให้โรงพิมพ์คำนวณความหนาสันก่อนออกแบบปก
- จำนวนหน้าที่ลงตัวกับยกพิมพ์ (เช่น ทวีคูณของ 8 หรือ 16 หน้า) ช่วยให้ใช้กระดาษคุ้มค่าขึ้น
- งานเข้าเล่มแบบไสกาวเปิดหนังสือได้ไม่สุดสัน ควรเผื่อระยะขอบด้านสันให้มากกว่าด้านอื่น
ชนิดและน้ำหนักกระดาษ
- น้ำหนักกระดาษวัดเป็นแกรม (gsm) ตัวเลขยิ่งมาก กระดาษยิ่งหนา ใบปลิว เนื้อในหนังสือ ปก และนามบัตร ใช้น้ำหนักต่างกัน ควรแจ้งโรงพิมพ์ว่าใช้งานแบบไหนเพื่อให้แนะนำน้ำหนักที่เหมาะ
- กระดาษอาร์ตเคลือบผิวเรียบ หมึกไม่ซึมลึก สีสดและภาพคมชัด ส่วนกระดาษไม่เคลือบผิว (เช่น กระดาษปอนด์) ดูดซับหมึกมากกว่า สีจะหม่นลงเมื่อเทียบกับกระดาษอาร์ต แต่เขียนด้วยปากกาได้ง่าย เหมาะกับแบบฟอร์มและสมุด
- กระดาษมีทิศทางเสี้ยน การพับขนานเสี้ยนจะเรียบ การพับขวางเสี้ยนมีโอกาสปริแตกที่รอยพับ โดยเฉพาะกระดาษหนา งานพับควรแจ้งโรงพิมพ์ล่วงหน้า
- หากมีข้อสงสัยเรื่องสัมผัสหรือความหนา ขอดูตัวอย่างกระดาษจริงหรือทำเล่มตัวอย่างก่อนตัดสินใจ
ขนาดงานและการประหยัดกระดาษ
- ขนาดมาตรฐานซีรีส์ A เช่น A5 (148 × 210 มม.) A4 (210 × 297 มม.) A3 (297 × 420 มม.) ตัดออกจากแผ่นกระดาษได้ลงตัวและมักเสียเศษน้อยกว่าขนาดพิเศษ
- ขนาดที่ไม่ตรงมาตรฐานเพียงไม่กี่มิลลิเมตรอาจทำให้ตัดแผ่นพิมพ์ได้จำนวนชิ้นน้อยลงและต้นทุนสูงขึ้น หากยังปรับขนาดได้ ควรสอบถามโรงพิมพ์ก่อนล็อกขนาดสุดท้าย
- การเลือกขนาดงานและชนิดกระดาษตั้งแต่ต้น ช่วยให้ประเมินราคาได้แม่นยำกว่าการเปลี่ยนภายหลัง
การเคลือบผิวงานพิมพ์
- การเคลือบผิวช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและความชื้น และเปลี่ยนความรู้สึกของพื้นผิว ตัวเลือกที่พบบ่อยคือเคลือบฟิล์มเงา เคลือบฟิล์มด้าน เคลือบวานิช และเคลือบ UV (ทั้งเคลือบทั้งแผ่นและเคลือบเฉพาะจุดหรือ spot UV)
- เคลือบฟิล์มด้านให้ความรู้สึกนุ่ม แต่รอยนิ้วมือหรือรอยขีดอาจเห็นชัดบนพื้นสีเข้ม ควรดูตัวอย่างจริงก่อน
- งานที่ต้องพับ หากเคลือบฟิล์มบริเวณรอยพับ ผิวอาจแตกเป็นเส้นขาวได้ ควรปรึกษาโรงพิมพ์เรื่องการกดรอยพับ
- ผิวที่เคลือบแล้วเขียนด้วยปากกาหรือประทับตราได้ยาก ถ้าต้องกรอกข้อมูลลงบนงาน เช่น ใบเสร็จหรือบัตรเชิญ ควรเว้นพื้นที่ไม่เคลือบ
- การเคลือบมีผลต่อการปั๊มฟอยล์และการติดกาวบริเวณที่เคลือบ ควรแจ้งโรงพิมพ์ตั้งแต่ต้นว่าต้องการงานหลังพิมพ์อะไรบ้าง เพื่อวางลำดับขั้นตอนการผลิตได้ถูก
- การเคลือบ UV เฉพาะจุดส่งไฟล์แบบเดียวกับงานปั๊ม คือแยกเลเยอร์เป็นลายเส้น vector สีเดียวเต็ม 100% และวางตำแหน่งให้ตรงกับงานพิมพ์
เส้นบาง ตัวอักษรเล็ก และปริมาณหมึก
- เส้นบางมากอาจขาดหรือพิมพ์ไม่ขึ้น ควรตั้งความหนาเส้นอย่างน้อย 0.25 pt สำหรับเส้นสีเข้มบนพื้นขาว และหนากว่านั้นสำหรับเส้นสีขาวบนพื้นสี
- ตัวอักษรขนาดเล็กกว่าประมาณ 6 pt อ่านยาก โดยเฉพาะตัวอักษรไทยที่มีสระและวรรณยุกต์ ตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีควรใช้ขนาดใหญ่และเส้นหนาขึ้น
- ปริมาณหมึกรวมของ CMYK ในพื้นที่เดียวกัน (total ink) ไม่ควรสูงเกินไป หมึกมากเกินอาจแห้งช้า ติดหลังกระดาษ หรือเปื้อน ค่าที่เหมาะขึ้นกับชนิดกระดาษ ควรสอบถามโรงพิมพ์
- ตรวจการตั้งค่า overprint ก่อนส่งไฟล์ วัตถุสีขาวที่ถูกตั้งเป็น overprint จะหายไปตอนพิมพ์ ส่วนตัวอักษรสีดำล้วนตั้ง overprint ได้ตามปกติ
งานพับและเย็บมุงหลังคา
- ไม่ควรวางตัวอักษรหรือภาพสำคัญคร่อมรอยพับ เพราะรอยพับอาจเหลื่อมได้เล็กน้อย
- งานเย็บมุงหลังคา (saddle stitch) ต้องมีจำนวนหน้าเป็นทวีคูณของ 4 เพราะกระดาษหนึ่งแผ่นพับครึ่งได้ 4 หน้า
- เล่มที่เย็บมุงหลังคาและมีหลายแผ่นซ้อนกัน หน้าด้านในจะยื่นออกมาจากสันเล็กน้อยก่อนตัดเจียน ทำให้ระยะขอบด้านนอกของหน้าด้านในแคบกว่าหน้าด้านนอก ควรเว้นระยะขอบด้านนอกให้กว้างพอ
- เย็บมุงหลังคาเหมาะกับเล่มบาง ถ้าจำนวนหน้ามาก ควรเปลี่ยนเป็นไสกาวหรือเย็บกี่ ให้ปรึกษาโรงพิมพ์
- ใบปลิวพับสามส่วน (ตัวอักษร Z หรือพับม้วนเข้าใน) ส่วนที่พับเก็บเข้าด้านในมักต้องแคบกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย ควรขอแบบ dummy หรือแบบแผ่นพับจากโรงพิมพ์
ก่อนอนุมัติพิมพ์
- ตรวจปรู๊ฟให้ละเอียดทั้งข้อความ สี และตำแหน่ง ก่อนเซ็นอนุมัติ เพราะเมื่อเริ่มพิมพ์แล้วแก้ไขได้ยาก
- กระดาษเคลือบ (เช่น กระดาษอาร์ต) กับกระดาษไม่เคลือบให้สีต่างกัน ควรเลือกกระดาษก่อนตรวจปรู๊ฟสี