ข้ามไปยังเนื้อหา

tips&knowledge

สิ่งที่ควรทราบก่อนผลิตสิ่งพิมพ์

เช็คลิสต์สั้นๆ สำหรับเตรียมไฟล์ก่อนส่งงานพิมพ์ออฟเซต ช่วยให้งานออกมาตรงกับที่ออกแบบไว้ และลดเวลาแก้ไขไฟล์

ข้อแนะนำในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไป รายละเอียดที่เหมาะกับงานแต่ละชิ้นอาจต่างกัน หากไม่แน่ใจ ติดต่อเรา เพื่อขอคำปรึกษาก่อนส่งไฟล์

  1. ขนาดงานและระยะตัดตก (Bleed)
  2. ระบบสี
  3. ทำไมงานพิมพ์ต้องทำงานไฟล์บน Preset สี CMYK
  4. ความละเอียดของภาพ
  5. ตัวอักษร
  6. ไฟล์ที่ควรส่ง
  7. วิธีการ Export ไฟล์ จาก Canva เพื่อส่งโรงพิมพ์
  8. งานปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ปั๊มจม และได-คัท
  9. หนังสือและงานเข้าเล่ม
  10. ชนิดและน้ำหนักกระดาษ
  11. ขนาดงานและการประหยัดกระดาษ
  12. การเคลือบผิวงานพิมพ์
  13. เส้นบาง ตัวอักษรเล็ก และปริมาณหมึก
  14. งานพับและเย็บมุงหลังคา
  15. ก่อนอนุมัติพิมพ์

ขนาดงานและระยะตัดตก (Bleed)

  • ตั้งขนาดหน้าในไฟล์ให้เท่ากับขนาดงานจริงหลังตัดเจียน
  • ภาพหรือพื้นสีที่ชนขอบกระดาษ ให้ขยายเลยเส้นตัดออกไปอย่างน้อย 3 มม. ทุกด้าน เพื่อไม่ให้เห็นขอบขาวหลังตัด
  • เก็บตัวอักษรและส่วนสำคัญให้อยู่ห่างจากเส้นตัดเข้ามาอย่างน้อย 3–5 มม. เพราะการตัดอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย

ระบบสี

  • งานพิมพ์ออฟเซตพิมพ์ด้วยหมึก 4 สี (CMYK) ควรแปลงภาพจาก RGB เป็น CMYK แล้วตรวจสีอีกครั้ง เพราะสีสดบางสีที่เห็นบนจอพิมพ์ออกมาไม่ได้
  • ถ้าต้องการสีพิเศษ (spot color) เช่น สี Pantone ให้ตั้งเป็น spot color ในไฟล์และระบุรหัสสีให้ชัดเจน
  • ตัวอักษรสีดำขนาดเล็กควรใช้สีดำล้วน (K 100%) ไม่ใช่ดำผสม 4 สี เพื่อไม่ให้ขอบตัวอักษรเหลื่อม ส่วนพื้นดำขนาดใหญ่ให้ใช้ค่าสี C60 M40 Y0 K100 เพื่อให้ได้สีดำสนิท
  • สีบนจอแต่ละเครื่องไม่ตรงกับสีบนกระดาษ ควรดูปรู๊ฟสีก่อนพิมพ์จริงทุกครั้ง

ทำไมงานพิมพ์ต้องทำงานไฟล์บน Preset สี CMYK

เพราะงานพิมพ์ออฟเซตสร้างสีด้วยหมึก 4 สี (CMYK) ไม่ใช่ด้วยแสงแบบจอภาพ การทำไฟล์บน CMYK ตั้งแต่ต้นทำให้เห็นสีที่ใกล้เคียงกับสีที่พิมพ์ได้จริงตั้งแต่ตอนออกแบบ

จอคอมพิวเตอร์และมือถือแสดงสีด้วยการเปล่งแสงสีแดง เขียว และน้ำเงิน (RGB) ส่วนงานพิมพ์ได้สีจากหมึก Cyan, Magenta, Yellow และ Black ที่พิมพ์ลงบนกระดาษแล้วสะท้อนแสงกลับมา ช่วงสีที่หมึก 4 สีผสมได้แคบกว่าช่วงสีที่จอแสดงได้ สีบางสีที่เห็นบนจอจึงพิมพ์ออกมาไม่ได้

เมื่อตั้งโหมดสีของไฟล์เป็น CMYK ตั้งแต่ตอนสร้างไฟล์ใหม่ โปรแกรมจะแสดงเฉพาะสีที่หมึกพิมพ์ทำได้ ผู้ออกแบบจึงเลือกและปรับสีได้ตั้งแต่ต้น แทนที่จะมาพบว่าสีเปลี่ยนตอนดูปรู๊ฟ

แล้วถ้าทำเป็น RGB จะเกิดอะไรขึ้นกับงานพิมพ์ที่ได้

ไฟล์ RGB ต้องถูกแปลงเป็น CMYK ก่อนทำเพลทอยู่ดี ถ้าผู้ออกแบบไม่ได้แปลงและตรวจสีเอง สีจะถูกแปลงตอนส่งออก PDF หรือในขั้นตอนเตรียมไฟล์ก่อนพิมพ์ โดยที่ผู้ออกแบบไม่ได้เห็นผลก่อน และมักเกิดสิ่งเหล่านี้

  • สีสดหม่นลง สีสดจัด เช่น เขียวสด ส้มสด ฟ้าสด และชมพูนีออน จะถูกปรับเป็นสีที่ใกล้ที่สุดที่หมึกพิมพ์ได้ จึงดูทึบและหม่นกว่าบนจอ
  • สีเพี้ยนโทน บางสีเปลี่ยนโทนไปเลย เช่น น้ำเงินสดบนจออาจพิมพ์ออกมาอมม่วง
  • รายละเอียดหาย ส่วนที่สีสดจัดในภาพถ่ายหรือในการไล่เฉดสี อาจกลายเป็นสีเดียวกันหมด เห็นเป็นปื้นแทนที่จะไล่เฉดอย่างนุ่มนวล
  • ดำไม่คม สีดำใน RGB จะกลายเป็นดำที่ผสมหมึกทั้ง 4 สี ตัวอักษรเล็กอาจเห็นขอบสีเหลื่อม และหมึกที่หนาเกินไปอาจแห้งช้าหรือติดหลังกระดาษ
  • เทาไม่นิ่ง สีเทาจาก RGB จะกลายเป็นเทาผสม 4 สี ซึ่งออกอมเขียวหรืออมชมพูได้ง่ายกว่าเทาที่ใช้หมึกดำสีเดียว

ทางที่ดีคือทำงานบน CMYK ตั้งแต่ต้น หรือถ้าเริ่มจากไฟล์ RGB ให้แปลงเป็น CMYK และตรวจสีด้วยตัวเองก่อนส่ง แล้วดูปรู๊ฟสีก่อนพิมพ์จริงทุกครั้ง ผู้ที่ใช้ Canva แบบฟรีจะได้ไฟล์เป็น RGB ดูวิธีการ Export ไฟล์ จาก Canva และแจ้งโรงพิมพ์ทุกครั้ง

ความละเอียดของภาพ

  • ควรใช้ภาพที่มีความละเอียด 300 ppi (pixel per inch) ที่ขนาดใช้งานจริงในหน้า
  • ภาพที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียมักมีความละเอียดต่ำ เมื่อพิมพ์จะไม่คมชัด
  • โลโก้ ลายเส้น และตัวอักษรควรเป็นไฟล์ vector

ตัวอักษร

  • ฝังฟอนต์ (embed) ในไฟล์ PDF หรือแปลงตัวอักษรเป็น outline โดยเฉพาะฟอนต์ภาษาไทย เพื่อป้องกันสระและวรรณยุกต์เพี้ยน
  • ตัวอักษรที่เล็กมากหรือเส้นที่บางมาก โดยเฉพาะตัวอักษรสีขาวบนพื้นสี อาจพิมพ์ออกมาไม่คมชัด

ไฟล์ที่ควรส่ง

วิธีส่งไฟล์มี 3 วิธี

  1. ส่งไฟล์ต้นฉบับ (.ai .indd .psd) พร้อมภาพและฟอนต์
  2. ส่งไฟล์ต้นฉบับ (.ai .indd .psd) พร้อม create outline
  3. ส่งไฟล์ PDF ที่มีการทำ bleeding (ตัดตก) รอบด้านมาแล้ว 3 mm
  • งานหลายหน้า ให้ส่งเป็นหน้าเดี่ยวเรียงตามลำดับ ไม่ต้องจัดหน้าเป็นยกเอง โรงพิมพ์จะจัดให้

วิธีการ Export ไฟล์ จาก Canva เพื่อส่งโรงพิมพ์

ขั้นตอน (ชื่อเมนูตาม Canva ภาษาอังกฤษ ณ เดือนตุลาคม 2569)

  1. ตอนสร้างงาน ตั้งขนาดให้เท่ากับขนาดงานจริงหลังตัดเจียน โดยเลือก Custom size และใช้หน่วยมิลลิเมตร (mm)
  2. เปิดเส้นระยะตัดตกที่เมนู File > Settings > Show print bleed (ถ้าไม่มี ให้ดูที่ File > Rulers and guides) จะเห็นเส้นประรอบขอบงาน
  3. ลากภาพหรือพื้นสีที่ชนขอบให้ยื่นเลยเส้นประออกไปจนสุดขอบ ส่วนตัวอักษรและโลโก้ให้อยู่ด้านใน ห่างจากเส้นประอย่างน้อย 3–5 มม.
  4. เมื่อออกแบบเสร็จ กด Share แล้วเลือก Download
  5. ที่ File type เลือก PDF Print
  6. ติ๊กช่อง Crop marks and bleed
  7. ถ้ามีตัวเลือก Color profile ให้เลือก CMYK (มีเฉพาะ Canva แบบเสียเงิน) ถ้าใช้ Canva แบบฟรี ไฟล์จะเป็น RGB ให้แจ้งโรงพิมพ์ด้วย
  8. ช่อง Flatten PDF ไม่ต้องติ๊ก แต่ถ้าไฟล์มีปัญหา อาจต้องกลับมา Export ใหม่โดยติ๊กช่อง Flatten PDF
  9. กด Download แล้วส่งไฟล์ PDF ที่ได้ให้โรงพิมพ์
  • ระยะตัดตกของ Canva กำหนดไว้ตายตัวประมาณ 3 มม. ต่อด้าน ปรับเองไม่ได้
  • เส้นตัด (crop marks) จะเห็นเฉพาะในไฟล์ PDF ที่ดาวน์โหลด ไม่เห็นในหน้าจอ Canva ควรเปิดไฟล์ PDF ตรวจก่อนส่งทุกครั้ง
  • สีที่สดมาก เช่น ชมพูนีออนหรือม่วงสด มักพิมพ์ออกมาหม่นกว่าที่เห็นบนจอ
  • ถ้าใช้ Canva ภาษาไทย ชื่อเมนูจะเป็นภาษาไทย ให้มองหาคำว่า "ระยะตัดตก" และ "คร็อปมาร์ค"
  • Canva ปรับชื่อเมนูอยู่บ่อย ถ้าหาตัวเลือกไม่เจอ ติดต่อเราได้

งานปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ปั๊มจม และได-คัท

  • แยกแบบของงานแต่ละชนิดไว้คนละเลเยอร์หรือคนละไฟล์ เป็นลายเส้น vector สีเดียวเต็ม 100% และวางตำแหน่งให้ตรงกับงานพิมพ์
  • เส้นได-คัทให้แยกเป็นเลเยอร์ของตัวเอง ไม่ปนกับงานพิมพ์
  • รายละเอียดที่เล็กหรือบางเกินไปอาจปั๊มไม่ติดหรือไม่คม ควรปรึกษาโรงพิมพ์ตั้งแต่ตอนออกแบบ

หนังสือและงานเข้าเล่ม

  • ความหนาของสันหนังสือขึ้นกับจำนวนหน้าและชนิดกระดาษ ควรให้โรงพิมพ์คำนวณความหนาสันก่อนออกแบบปก
  • จำนวนหน้าที่ลงตัวกับยกพิมพ์ (เช่น ทวีคูณของ 8 หรือ 16 หน้า) ช่วยให้ใช้กระดาษคุ้มค่าขึ้น
  • งานเข้าเล่มแบบไสกาวเปิดหนังสือได้ไม่สุดสัน ควรเผื่อระยะขอบด้านสันให้มากกว่าด้านอื่น

ชนิดและน้ำหนักกระดาษ

  • น้ำหนักกระดาษวัดเป็นแกรม (gsm) ตัวเลขยิ่งมาก กระดาษยิ่งหนา ใบปลิว เนื้อในหนังสือ ปก และนามบัตร ใช้น้ำหนักต่างกัน ควรแจ้งโรงพิมพ์ว่าใช้งานแบบไหนเพื่อให้แนะนำน้ำหนักที่เหมาะ
  • กระดาษอาร์ตเคลือบผิวเรียบ หมึกไม่ซึมลึก สีสดและภาพคมชัด ส่วนกระดาษไม่เคลือบผิว (เช่น กระดาษปอนด์) ดูดซับหมึกมากกว่า สีจะหม่นลงเมื่อเทียบกับกระดาษอาร์ต แต่เขียนด้วยปากกาได้ง่าย เหมาะกับแบบฟอร์มและสมุด
  • กระดาษมีทิศทางเสี้ยน การพับขนานเสี้ยนจะเรียบ การพับขวางเสี้ยนมีโอกาสปริแตกที่รอยพับ โดยเฉพาะกระดาษหนา งานพับควรแจ้งโรงพิมพ์ล่วงหน้า
  • หากมีข้อสงสัยเรื่องสัมผัสหรือความหนา ขอดูตัวอย่างกระดาษจริงหรือทำเล่มตัวอย่างก่อนตัดสินใจ

ขนาดงานและการประหยัดกระดาษ

  • ขนาดมาตรฐานซีรีส์ A เช่น A5 (148 × 210 มม.) A4 (210 × 297 มม.) A3 (297 × 420 มม.) ตัดออกจากแผ่นกระดาษได้ลงตัวและมักเสียเศษน้อยกว่าขนาดพิเศษ
  • ขนาดที่ไม่ตรงมาตรฐานเพียงไม่กี่มิลลิเมตรอาจทำให้ตัดแผ่นพิมพ์ได้จำนวนชิ้นน้อยลงและต้นทุนสูงขึ้น หากยังปรับขนาดได้ ควรสอบถามโรงพิมพ์ก่อนล็อกขนาดสุดท้าย
  • การเลือกขนาดงานและชนิดกระดาษตั้งแต่ต้น ช่วยให้ประเมินราคาได้แม่นยำกว่าการเปลี่ยนภายหลัง

การเคลือบผิวงานพิมพ์

  • การเคลือบผิวช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและความชื้น และเปลี่ยนความรู้สึกของพื้นผิว ตัวเลือกที่พบบ่อยคือเคลือบฟิล์มเงา เคลือบฟิล์มด้าน เคลือบวานิช และเคลือบ UV (ทั้งเคลือบทั้งแผ่นและเคลือบเฉพาะจุดหรือ spot UV)
  • เคลือบฟิล์มด้านให้ความรู้สึกนุ่ม แต่รอยนิ้วมือหรือรอยขีดอาจเห็นชัดบนพื้นสีเข้ม ควรดูตัวอย่างจริงก่อน
  • งานที่ต้องพับ หากเคลือบฟิล์มบริเวณรอยพับ ผิวอาจแตกเป็นเส้นขาวได้ ควรปรึกษาโรงพิมพ์เรื่องการกดรอยพับ
  • ผิวที่เคลือบแล้วเขียนด้วยปากกาหรือประทับตราได้ยาก ถ้าต้องกรอกข้อมูลลงบนงาน เช่น ใบเสร็จหรือบัตรเชิญ ควรเว้นพื้นที่ไม่เคลือบ
  • การเคลือบมีผลต่อการปั๊มฟอยล์และการติดกาวบริเวณที่เคลือบ ควรแจ้งโรงพิมพ์ตั้งแต่ต้นว่าต้องการงานหลังพิมพ์อะไรบ้าง เพื่อวางลำดับขั้นตอนการผลิตได้ถูก
  • การเคลือบ UV เฉพาะจุดส่งไฟล์แบบเดียวกับงานปั๊ม คือแยกเลเยอร์เป็นลายเส้น vector สีเดียวเต็ม 100% และวางตำแหน่งให้ตรงกับงานพิมพ์

เส้นบาง ตัวอักษรเล็ก และปริมาณหมึก

  • เส้นบางมากอาจขาดหรือพิมพ์ไม่ขึ้น ควรตั้งความหนาเส้นอย่างน้อย 0.25 pt สำหรับเส้นสีเข้มบนพื้นขาว และหนากว่านั้นสำหรับเส้นสีขาวบนพื้นสี
  • ตัวอักษรขนาดเล็กกว่าประมาณ 6 pt อ่านยาก โดยเฉพาะตัวอักษรไทยที่มีสระและวรรณยุกต์ ตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีควรใช้ขนาดใหญ่และเส้นหนาขึ้น
  • ปริมาณหมึกรวมของ CMYK ในพื้นที่เดียวกัน (total ink) ไม่ควรสูงเกินไป หมึกมากเกินอาจแห้งช้า ติดหลังกระดาษ หรือเปื้อน ค่าที่เหมาะขึ้นกับชนิดกระดาษ ควรสอบถามโรงพิมพ์
  • ตรวจการตั้งค่า overprint ก่อนส่งไฟล์ วัตถุสีขาวที่ถูกตั้งเป็น overprint จะหายไปตอนพิมพ์ ส่วนตัวอักษรสีดำล้วนตั้ง overprint ได้ตามปกติ

งานพับและเย็บมุงหลังคา

  • ไม่ควรวางตัวอักษรหรือภาพสำคัญคร่อมรอยพับ เพราะรอยพับอาจเหลื่อมได้เล็กน้อย
  • งานเย็บมุงหลังคา (saddle stitch) ต้องมีจำนวนหน้าเป็นทวีคูณของ 4 เพราะกระดาษหนึ่งแผ่นพับครึ่งได้ 4 หน้า
  • เล่มที่เย็บมุงหลังคาและมีหลายแผ่นซ้อนกัน หน้าด้านในจะยื่นออกมาจากสันเล็กน้อยก่อนตัดเจียน ทำให้ระยะขอบด้านนอกของหน้าด้านในแคบกว่าหน้าด้านนอก ควรเว้นระยะขอบด้านนอกให้กว้างพอ
  • เย็บมุงหลังคาเหมาะกับเล่มบาง ถ้าจำนวนหน้ามาก ควรเปลี่ยนเป็นไสกาวหรือเย็บกี่ ให้ปรึกษาโรงพิมพ์
  • ใบปลิวพับสามส่วน (ตัวอักษร Z หรือพับม้วนเข้าใน) ส่วนที่พับเก็บเข้าด้านในมักต้องแคบกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย ควรขอแบบ dummy หรือแบบแผ่นพับจากโรงพิมพ์

ก่อนอนุมัติพิมพ์

  • ตรวจปรู๊ฟให้ละเอียดทั้งข้อความ สี และตำแหน่ง ก่อนเซ็นอนุมัติ เพราะเมื่อเริ่มพิมพ์แล้วแก้ไขได้ยาก
  • กระดาษเคลือบ (เช่น กระดาษอาร์ต) กับกระดาษไม่เคลือบให้สีต่างกัน ควรเลือกกระดาษก่อนตรวจปรู๊ฟสี